Search

  • Australia
  • Thursday , Feb 1 , 2018

IC Customer Support (66) 0 2666 9111 : 08.30-17.00 น. l กรณีระบบขัดข้องเท่านั้น โทร. 098 553 0447 เฉพาะเวลา 06.00-08.30 น. และ 17.00-21.00 น.

ข่าวสารจาก BOI

เศรษฐกิจใหม่ ไม่ได้มีแค่ดิจิทัล เมื่อไทย “ปักหมุด” Global Biotech Hub เทรนด์โลกที่ต้องคว้า

วันพฤหัสบดี, 05 มีนาคม 2569 14:10 228

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การลงทุนในอุตสาหกรรมชีวภาพเติบโตต่อเนื่อง ทั้งวัคซีน ชีวเภสัชภัณฑ์ พลังงานชีวภาพ และวัสดุชีวภาพ สะท้อนทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและความยั่งยืนมากขึ้น
และเทคโนโลยีชีวภาพ คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “เทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์” ของหลายประเทศในทศวรรษนี้ 

ข้อมูลสถิติล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ตลาดเทคโนโลยีชีวภาพทั่วโลก (Global Biotechnology Market) จะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 3.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 130 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 (อ้างอิง: Grand View Research) ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลล่าสุดจากเวทีเศรษฐกิจโลก World Economic Forum (WEF) ระบุชัดเจนว่า ปัจจุบัน 'เศรษฐกิจชีวภาพ (Global Bio economy)' มีมูลค่าสูงถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และศักยภาพของเทคโนโลยีชีวภาพจะเข้ามาพลิกโฉมภาคการผลิตเดิมถึง 60% (อ้างอิง: https://initiatives.weforum.org/bioeconomy-initiative/home )

ทำไมตัวเลขหลัก "ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ" นี้ถึงสำคัญกับเรา? เพราะเม็ดเงินมหาศาลนี้กำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งด้านอาหาร ยารักษาโรค การเกษตร และพลังงานสะอาด ประเทศไหนที่มี "ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)" สูง จะกลายเป็นผู้ชนะในเกมนี้ ซึ่งประเทศไทยคือหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง และเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของธุรกิจไทยที่จะขยับสเกลไปสู่ระดับโลก

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า "ขุมทรัพย์" นี้ซ่อนอยู่ที่ไหน ลองมาดู 3 ธุรกิจดาวรุ่งแห่งวงการ Biotech ที่ World Economic Forum (WEF) ชี้เป้าว่ากำลังจะพลิกโฉมห่วงโซ่อุปทานโลก และ "ประเทศไทย" มีแต้มต่อพร้อมเป็นเจ้าตลาด
1. สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและอาหารแห่งอนาคต (Bio-Active Ingredients & Future Food)
- Global Trend ในเวที WEF ล่าสุดได้ชูแนวคิด "Grow Anything Anywhere" หรือการใช้เทคโนโลยีชีวภาพปลดล็อคข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ เพื่อรับมือกับวิกฤตห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain Disruptions) การใช้ "จุลินทรีย์" หรือเซลล์พืชมาสกัดเป็นโปรตีนทางเลือก และสารออกฤทธิ์มูลค่าสูง (Bio-molecules) กำลังเปลี่ยนผ่านจากการทดลองในแล็บสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ขนานใหญ่ที่โลกขาดไม่ได้
- Thai Opportunity ไทยมีวัตถุดิบการเกษตรมหาศาลที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นสารชีวภาพมูลค่าสูงที่ป้อนให้แบรนด์อาหารและเครื่องสำอางระดับโลกได้สบายๆ และเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลกอย่างแท้จริง
2. ยาชีววัตถุแห่งอนาคต (Biopharmaceuticals)
- Global Trend WEF เน้นย้ำว่า "นวัตกรรมชีวภาพ (Bio-innovation)" คืออาวุธสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาท้าทายด้านสาธารณสุข หมดยุคของการพึ่งพาสารเคมีสังเคราะห์แบบเดิม เพราะโลกกำลังขับเคลื่อนด้วยการวิจัยขั้นสูง (R&D) เพื่อผลิต ยาชีววัตถุ (Biopharmaceuticals) ที่แม่นยำ ประสิทธิภาพสูง และตอบโจทย์การรักษาแห่งอนาคต
- Thai Opportunity ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่แข็งแกร่งของไทย การลงทุนตั้งฐานผลิตยาชีววัตถุ ชุดตรวจวินิจฉัยโรคขั้นสูง หรือวัคซีนระดับโลกในไทย จึงเป็นโอกาสทองที่จะจับตลาด Medical Hub ของภูมิภาคเอเชีย
3. วัสดุและเคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-Materials & Bio-Chemicals)
- Global Trend วาระเร่งด่วนของ WEF คือการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกเลิกใช้ทรัพยากรฟอสซิลและเปลี่ยนผ่านสู่ "เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)" ประกอบกับกฎกติกาการค้าระดับโลกใหม่ๆ เช่น CBAM เป็นต้น ที่บีบให้แบรนด์ระดับโลกต้องหันมาใช้พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ และเคมีภัณฑ์จากธรรมชาติ นี่จึงไม่ใช่แค่เทรนด์ทางเลือก แต่คือความจำเป็นของโลกธุรกิจยุคใหม่
- Thai Opportunity ไทยมีชีวมวล (Biomass) จากภาคการเกษตรอย่างอ้อยและมันสำปะหลังจำนวนมหาศาล ที่พร้อมเปลี่ยนเป็น Bio-plastics และ Bio-chemicals ป้อนสายการผลิตรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก

ธุรกิจเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปและเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยคว้าโอกาสจากการเติบโตของเศรษฐกิจชีวภาพ บีโอไอจึงออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสมเพื่อเสริมขีดความสามารถและเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน
นวัตกรรมยิ่งก้าวหน้า บีโอไอพร้อมซัพพอร์ต
บีโอไอแบ่งการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพเป็น 3 ระดับ ยิ่งเทคโนโลยีเข้มข้น สิทธิประโยชน์ยิ่งสูง
1) กลุ่มผลิตภัณฑ์ Bioplastics และ Biochemicals จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 – 8 ปี แตกต่างกันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์
2) กลุ่มกิจการเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น การปรับปรุงพันธุ์พืช สัตว์ และจุลินทรีย์ การผลิตสารเวชภัณฑ์ การผลิตชุดตรวจวินิจฉัยโรค หรือสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เป็นต้น จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ไม่จำกัดวงเงิน
3) กลุ่มกิจการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology Development) เป็นกลุ่มกิจการที่นำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาใช้มาพัฒนาปรับปรุงต่อยอดหรือสร้างเทคโนโลยีใหม่ และต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีร่วมกับสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย เช่น Technology Research Consortium เป็นต้น จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 10 ปี แบบไม่จำกัดวงเงิน
นอกจากสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว บีโอไอยังช่วยลดต้นทุนธุรกิจด้วยการ ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรรวมถึงของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา (R&D) และยกเว้นอากรนำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตส่งออก อีกด้วย

อุตสาหกรรม Bio-based คือโอกาสสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต ไม่ว่าคุณจะเป็นบริษัทระดับโลก หรือธุรกิจของคนไทยที่กำลังพัฒนานวัตกรรม บีโอไอพร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดมอบสิทธิประโยชน์ที่จะช่วยเปลี่ยน "ความหลากหลายทางชีวภาพ" ของไทย ให้กลายเป็น "ความสำเร็จระดับโลก”

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "BOIC เศรษฐกิจให่ไม่ได้มีแค่ติจิทัล เศรษฐกิจใหม่ ไม่ได้มีแค่ดิจิทัล เมื่อไทย "ปักหมุด" Global Biotech Hub เทรนด์โลกที่ต้องคว้า 3.88 ตลาดเทคโนโลยีซีวภาพทั่วโลก คือ อมูลค่าคาดการณ์ ล้านล้านคอลลาร์สหร้ง (Global Blotechnology Market) ภายในปี 2030 (130 (130ล้านล้านบาท) 4 อมูลค่าปัจจุบัน ของ 'เศรษฐกิจชีวภาพ (Global Bio economy)' ล้านล้านคอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลจาก World Economic Forum (WEF) 3 ธุรกิจดาวรุ่งแห่งวงการ Biotech ที่ "ประเทศไทย" มีแต้มต่อพร้อมเป็นเจ้าตลาด สารออกฤทธิ์ทาง ชีวภาพและอาหาร แห่งอนาคต (Blo-activer Ingredients Food) ยาชีววัตถุ (Blopharinsceutlcsls) วัสดุและ เคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Blo-m &Blo-chemicale) นวัตกรรมยิ่งก้าวหน้า มีโอไอพร้อมซัพพอร์ต ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุกคล 5-8ปี สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Bloplastic Blochemicals (สิทธิประโยชน์ตามระดับการรับรอณ มาตฐานผลิตภัณฑ์) ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคล 8ปี (ไม่จำกัดวงเงิน) ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 10ปี ปี (ไม่จ่ากัดวงเงิน) สำหรับ กลุ่มกิจการเทคโนโลยีชีวภาพ @boinews BOI News สำหรับทล่นกิจการพิมพากใมลีี เงือนไพต้องมิการถ่ายทอดเทคไนโลี ร่วกับเากเนั้นการศึกษยาหรือสถา ΒΟ News ΒΟΙ Podcast Think ThinkAsia, Asia, Invest Thailand"

ปฏิทินฝึกอบรม

IC Knowledge Management

เลขที่ 1 อาคารทีพีแอนด์ที ชั้น 12 ถนน วิภาวดีรังสิต
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

(66) 0 2666 9111
< Customer Support Unit: CSU กด 1  อีเมล csu@ic.or.th
    - ให้คำปรึกษาด้านการใช้งานระบบ eMT กด 1 และ กด 1
    - ให้คำปรึกษาด้านการใช้งานระบบ RMTS กด 1 และ กด 2
< ติดตามเอกสารงานเครื่องจักรและวัตถุดิบ กด 2
    - ยื่นรายการวัตถุดิบ, สูตรการผลิต, โอนสูตร, ปรับยอดวัตถุดิบด้วยเอกสาร
    - ขอ username/password ic online, eMT online
    - ขอตัดบัญชีวัตถุดิบ, ยกเลิกการตัดบัญชีวัตถุุดิบ
      สำนักงานกรุงเทพ กด 2 และ กด 1 
      สาขาชลบุรี กด 2 และ กด 2 
< บริการสมาชิกและผู้ใช้บริการ กด 3
   - สมัครสมาชิกและผู้ใช้บริการ อีเมล cus_service@ic.or.th
   - บริการฝึกอบรม อีเมล icis@ic.or.th
   - บริการ Counter Service
      - บริการคีย์ข้อมูลเครื่องจักร วัตถุดิบและช่างฝีมือ: counterservice@ic.or.th
      - บริการยื่นไฟล์งานวัตถุดิบ: bis_center@ic.or.th
      - บริการขอข้อมูลเครื่องจักรและวัตถุดิบ: bis_center@ic.or.th
< ด้านการชำระเงิน กด 1 อีเมล finance@ic.or.th
< กรณีระบบขัดข้องเท่านั้น ติดต่อ 098 553 0447
  เฉพาะเวลา 06.00-08.30 น. และ 17.00-21.00 น.
  ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
    ***กรณีต้องการสอบถามเรื่องทั่วไป กรุณาติดต่อที่หมายเลข 02 666 9111 กด 1 : CSU

"มั่นใจเมื่อใช้ IC"

 Copyright 2019 Investor Club Association About us All rights reserved.

logo

EasyCookieInfo

☰ open
© 2018 Your Company. All Rights Reserved. Designed By Your Company

Search