Search

  • Australia
  • Thursday , Feb 1 , 2018

IC Customer Support (66) 0 2666 9111 : 08.30-17.00 น. l กรณีระบบขัดข้องเท่านั้น โทร. 098 553 0447 เฉพาะเวลา 06.00-08.30 น. และ 17.00-21.00 น.

ข่าวสารจาก BOI

บีโอไอปั้นนวัตกรรมอาหาร ต่อยอดวัตถุดิบเกษตร สู่ฮับอุตสาหกรรม “กลิ่น-รส” ระดับโลก

วันศุกร์, 10 เมษายน 2569 11:42 97

บีโอไอนำคณะสื่อเยี่ยมชมความสำเร็จ ต้นแบบผู้ประกอบการไทยที่เติบโตจากการวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบเกษตรสู่สารเติมแต่งกลิ่นรส จนผู้นำระดับโลกจากเยอรมนีสนใจเข้ามาร่วมทุน ยกระดับสู่การเป็นฐานการผลิตและสร้างนวัตกรรมของภูมิภาค ดันวัตถุดิบไทยตอบโจทย์ตลาดอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย ซึ่งเดิมก่อตั้งภายใต้ชื่อ บริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้พัฒนานวัตกรรมการผลิตสารแต่งกลิ่นรสจากวัตถุดิบทางการเกษตรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยการสกัดกลิ่นจากวัตถุดิบทางธรรมชาติและสร้างสูตรจำลองกลิ่นตามที่ต้องการ (Bio Re-engineering) โดยบริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในการวิจัยและพัฒนา และการผลิตสารเติมแต่งกลิ่นรส จนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้รับความสนใจจาก “โดห์เลอร์ กรุ๊ป” ผู้นำระดับโลกด้านส่วนผสมอาหารจากประเทศเยอรมนี นำไปสู่การร่วมลงทุนและเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท โดห์เลอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยพัฒนาโรงงานในประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตและศูนย์วิจัยและพัฒนาสำคัญของกลุ่มโดห์เลอร์ในภูมิภาคอาเซียน พร้อมต่อยอดวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศไทย สู่การผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในตลาดโลก
โดห์เลอร์ กรุ๊ป (Döhler Group) เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการพัฒนาและผลิตส่วนผสมอาหาร (Food Ingredient) และสารแต่งกลิ่นรสสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเยอรมนี มีเครือข่ายการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ประกอบด้วยโรงงานผลิตกว่า 50 แห่ง ครอบคลุมฐานลูกค้ากว่า 160 ประเทศ โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมส่วนผสมอาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น กลิ่น สี และสารสกัดจากพืช เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสารแต่งกลิ่นรสอาหาร (Food Flavors) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ตลาดมีมูลค่าประมาณ 16,700 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 26,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2577 โดยเติบโตเฉลี่ยราวร้อยละ 5.4 ต่อปี ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสัดส่วนตลาดประมาณร้อยละ 34 ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ รวมถึงการพัฒนารสชาติใหม่ ๆ เพื่อรองรับแนวโน้มอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้ธุรกิจของคนไทยสามารถขยายฐานลูกค้า และเข้าถึงตลาดในต่างประเทศผ่านเครือข่ายของโดห์เลอร์ ซึ่งมีฐานลูกค้าครอบคลุมผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำทั่วโลก ขณะเดียวกัน การได้รับส่งเสริมจากบีโอไอ ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น วีซ่าระยะยาว (Long-Term Resident Visa: LTR) และใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่โดห์เลอร์ กรุ๊ป ในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและวิจัยและพัฒนาสำหรับภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ จากความสำเร็จดังกล่าว นายปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ต่อยอดธุรกิจ โดยจัดตั้งบริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมสารแต่งกลิ่นรสผ่านการพัฒนารสชาติและกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย (Thai Authentic Flavor) ที่มีความโดดเด่นและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ อาทิ SILPIN Premium Syrup, SILPIN Edible Perfume และ SILPIN Gastronomic Oil เป็นต้น ซึ่งนายปิยะ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายการลงทุนในอนาคต โดยบีโอไอในฐานะผู้ให้การส่งเสริมการลงทุนพร้อมสนับสนุนโครงการที่มีคุณค่าเช่นนี้ต่อไป

“ประเทศไทยมีจุดแข็งจากความหลากหลายทางชีวภาพและวัตถุดิบทางการเกษตร โครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมอาหารที่ครบวงจร และเครือข่ายผู้ผลิตที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้ก้าวสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง บีโอไอให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารและการสร้างนวัตกรรมอาหาร โดยมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้พัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบในประเทศ กรณีของบริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น ถือเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมด้านอาหาร จนได้รับความสนใจจากบริษัทระดับโลกและต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564–2568) มีผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) สิ่งปรุงแต่งอาหาร (Food Ingredient) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplement) จำนวน 572 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 138,000 ล้านบาท

รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

ปฏิทินฝึกอบรม

IC Knowledge Management

เลขที่ 1 อาคารทีพีแอนด์ที ชั้น 12 ถนน วิภาวดีรังสิต
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

(66) 0 2666 9111
< Customer Support Unit: CSU กด 1  อีเมล csu@ic.or.th
    - ให้คำปรึกษาด้านการใช้งานระบบ eMT กด 1 และ กด 1
    - ให้คำปรึกษาด้านการใช้งานระบบ RMTS กด 1 และ กด 2
< ติดตามเอกสารงานเครื่องจักรและวัตถุดิบ กด 2
    - ยื่นรายการวัตถุดิบ, สูตรการผลิต, โอนสูตร, ปรับยอดวัตถุดิบด้วยเอกสาร
    - ขอ username/password ic online, eMT online
    - ขอตัดบัญชีวัตถุดิบ, ยกเลิกการตัดบัญชีวัตถุุดิบ
      สำนักงานกรุงเทพ กด 2 และ กด 1 
      สาขาชลบุรี กด 2 และ กด 2 
< บริการสมาชิกและผู้ใช้บริการ กด 3
   - สมัครสมาชิกและผู้ใช้บริการ อีเมล cus_service@ic.or.th
   - บริการฝึกอบรม อีเมล icis@ic.or.th
   - บริการ Counter Service
      - บริการคีย์ข้อมูลเครื่องจักร วัตถุดิบและช่างฝีมือ: counterservice@ic.or.th
      - บริการยื่นไฟล์งานวัตถุดิบ: bis_center@ic.or.th
      - บริการขอข้อมูลเครื่องจักรและวัตถุดิบ: bis_center@ic.or.th
< ด้านการชำระเงิน กด 1 อีเมล finance@ic.or.th
< กรณีระบบขัดข้องเท่านั้น ติดต่อ 098 553 0447
  เฉพาะเวลา 06.00-08.30 น. และ 17.00-21.00 น.
  ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
    ***กรณีต้องการสอบถามเรื่องทั่วไป กรุณาติดต่อที่หมายเลข 02 666 9111 กด 1 : CSU

"มั่นใจเมื่อใช้ IC"

 Copyright 2019 Investor Club Association About us All rights reserved.

logo

EasyCookieInfo

☰ open
© 2018 Your Company. All Rights Reserved. Designed By Your Company

Search