สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการวางรากฐานการลงทุนของประเทศ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นที่มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมพื้นฐาน เพื่อสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงาน จนถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจโลกในแต่ละช่วงเวลา
เส้นทางการพัฒนาของเศรษฐกิจไทยตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนถึงการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง จากการสร้างฐานอุตสาหกรรม สู่การยกระดับเทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่
การส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอไม่ได้มุ่งสร้างเพียงอุตสาหกรรมแห่งอนาคต แต่ยังสร้างโอกาสให้คนไทยได้พัฒนาทักษะ เพิ่มขีดความสามารถ และยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
เมื่อการลงทุนเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ บีโอไอคือหนึ่งในกลไกที่ร่วมวางรากฐาน และกำหนดทิศทางการลงทุนของประเทศไทย นี่เป็นตัวอย่างของจุดเปลี่ยนประเทศที่บีโอไอร่วมสร้าง
ปักหมุด 'Eastern Seaboard' เปลี่ยนทุ่งนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม
ในยุคที่ประเทศไทยเพิ่งค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย บีโอไอได้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ร่วมผลักดันโครงการยักษ์ใหญ่ระดับตำนานอย่าง Eastern Seaboard โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก นี่คือช่วงเวลาแห่งการ ‘วางรากฐาน’ ครั้งประวัติศาสตร์ ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของไทยจากประเทศกสิกรรมที่ส่งออกข้าวเป็นหลัก ให้กลายเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ที่สำคัญของภูมิภาค การเกิดขึ้นของท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมในยุคนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั่วโลกเริ่มจับตามองไทยเป็นหมุดหมายการลงทุน
ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ยังคงครองแชมป์เป็นพื้นที่เป้าหมายอันดับหนึ่งของนักลงทุน สะท้อนให้เห็นว่ารากฐานที่วางไว้ยังคงแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
BOI Fair เวทีประกาศศักยภาพอุตสาหกรรมไทย
ในยุคที่อุตสาหกรรมไทยเติบโตถึงขีดสุด ภาพจำที่คนไทยหลายคนเคยได้เห็นคือความยิ่งใหญ่ของงาน ‘BOI Fair’ โดยเฉพาะงานครั้งประวัติศาสตร์ในช่วงกลางทศวรรษ 2530 และต่อเนื่องมาถึงงานใหญ่ในปี 2543 มหกรรมนี้ไม่ใช่แค่การจัดแสดงสินค้า แต่คือสิ่งที่แสดงให้โลกได้เห็นว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นฐานการผลิตยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่นำมาโชว์ในวันนั้น คือเครื่องยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทานที่เราสร้างมาอย่างยาวนาน ได้กลายเป็นเสาหลักที่พยุงเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งและยืนหยัดมาได้จวบจนปัจจุบัน
จากภาพในวันนั้น บีโอไอได้ปรับบทบาทอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้ทำหน้าที่แค่ดึงนักลงทุนเข้ามาตั้งโรงงานแต่ยังทำหน้าที่เป็น "ผู้เชื่อมโยง" ผ่านหน่วยงานที่ชื่อว่ากองพัฒนาผู้ประกอบการไทย (BUILD) ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้สามารถเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลก ผ่านเวที "Subcon Thailand" งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและการจับคู่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นการยกระดับ SMEs ไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานการผลิตระดับสากลอย่างแท้จริง
หมุดหมายใหม่ ปั้น ‘แผนเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ’ สู่ ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’
เพราะไทยต้องไปต่อบนเวทีโลก บีโอไอและบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติจึงได้ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ "โรดแมปเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ" เพื่อเปลี่ยนไทยจากผู้ประกอบปลายน้ำสู่ฐานการผลิตชิปต้นน้ำที่ครบวงจร โดยไทยปักธงสร้าง "Made-in-Thailand Chips" ภายในปี 2050 ตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสะสมกว่า 2.5 ล้านล้านบาท และสร้างบุคลากรทักษะสูงกว่า 2.3 แสนคน นี่คือเดิมพันครั้งใหม่ที่จะยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศแห่งนวัตกรรมขั้นสูงอย่างเต็มภาคภูมิ
บทพิสูจน์ความเชื่อมั่น สถิติการลงทุนทะยานสู่ ‘New High’
คำถามที่ว่า "ต่างชาติยังเชื่อมั่นไทยอยู่ไหม?" ได้รับคำตอบแล้วผ่านตัวเลขการลงทุนที่พุ่งทะยานสูงสุดในรอบทศวรรษ ในปี 2568 ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนมีมูลค่ารวมสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงที่สุดส่วนมากอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน ดิจิทัล รวมไปถึงอุตสาหกรรมหลักดั้งเดิมของประเทศ ทั้งเกษตรและแปรรูปอาหาร ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ การแพทย์ และการท่องเที่ยว ถือเป็นเครื่องยืนยันว่ารากฐานที่บีโอไอได้วางไว้ตลอด 60 ปี กำลังผลิดอกออกผลเป็น "เศรษฐกิจใหม่" ที่แข็งแกร่ง และพร้อมจะขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ในทุกรอยต่อของการเปลี่ยนผ่าน มีบีโอไออยู่
ปัจจุบันโลกหมุนเร็วกว่าที่เคย กติกาโลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน และประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนความท้าทายใหม่อีกครั้ง บีโอไอจึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่คือ ผู้กำกับทิศทาง (Navigator) ในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรมครั้งสำคัญที่สุด เพื่อให้ไทยก้าวข้ามจาก "ยุคเก่า" สู่ "ยุคใหม่" ได้อย่างมั่นคง อาทิ
- จากเครื่องยนต์สันดาป สู่ ยานยนต์ไฟฟ้า ในวันที่โลกหันหลังให้น้ำมัน บีโอไอไม่ได้ทิ้งอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมที่สร้างงานให้คนไทยนับล้าน แต่เราเลือกที่จะต่อยอดโดยการออกมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV3.0 / EV3.5) อย่างเข้มข้น ดึงดูดค่ายรถยนต์ชั้นนำจากจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ให้เข้ามาตั้งฐานผลิต EV และแบตเตอรี่ ผลลัพธ์คือไทยยังคงเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง พร้อมกับก้าวสู่การเป็น EV Hub อันดับหนึ่งของภูมิภาค
- จากโรงงานผลิต สู่ โรงงานอัจฉริยะ ภาพของโรงงานที่เต็มไปด้วยปล่องควันและแรงงานราคาถูกกำลังจะเลือนหายไป บีโอไอสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนเครื่องจักรมาใช้ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความสูญเสีย นี่ไม่ใช่การแย่งงานคนแต่คือการยกระดับให้แรงงานไทยได้ทำงานกับเทคโนโลยีที่สูงขึ้นและมีรายได้ที่ดีขึ้น
- จากพลังงานฟอสซิล สู่ พลังงานสะอาด เมื่อ Net Zero คือกติกาใหม่ของการค้าโลก บีโอไอจึงผลักดันการลงทุนในกลุ่ม BCG (Bio-Circular-Green Economy) เปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงาน เปลี่ยนพืชผลทางการเกษตรให้เป็นพลาสติกชีวภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในประเทศ และทำให้ไทยกลายเป็นหมุดหมายของนักลงทุนที่มองหา Clean Energy เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน
นี่เป็นเพียงฉากทัศน์บางส่วนที่ยืนยันว่า ในทุกรอยต่อของความเปลี่ยนแปลง บีโอไอคือ ‘ลมใต้ปีก’ ที่คอยอ่านทิศทางและส่งแรงขับเคลื่อนให้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยปรับตัวได้ทันท่วงที เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่ากติกาโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร ประเทศไทยจะไม่เพียงแค่ ‘ไม่ตกขบวน’ แต่เราพร้อมที่จะทะยานขึ้นเป็นผู้เล่นแถวหน้าในทุกสมรภูมิแห่งอนาคต
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านนี้ คือโอกาสของ ‘คนไทย’
นี่คือสิ่งที่บีโอไอให้ความสำคัญที่สุดการดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) เข้ามา ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเลข GDP ที่สวยหรู แต่เพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อคนไทยทั้งประเทศ
#SMEsไทยไม่ตกขบวน ผ่านกิจกรรมเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (Industrial Linkage) ที่พาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าไปอยู่ใน Supply Chain ของบริษัทยักษ์ใหญ่
#คนไทยเก่งขึ้น ผ่านเงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) และการสนับสนุนให้บริษัทต่างชาติตั้งศูนย์ฝึกอบรมในไทย เพื่อสร้างทักษะใหม่ๆ (Reskill/Upskill) ให้กับแรงงานไทย
พันธสัญญาแห่งอนาคต
60 ปีที่ผ่านมา คือบทพิสูจน์แล้วว่าบีโอไอไม่เคยหยุดนิ่งที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง วันนี้ เรากำลังสร้าง ‘ระบบนิเวศแห่งเศรษฐกิจใหม่’ (New Economy Ecosystem) เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญที่สุดคือ ‘ความยั่งยืน’
นี่คือความมุ่งมั่นดุจพันธสัญญาของบีโอไอ ในวาระครบรอบ 6 ทศวรรษ เราจะยังคงทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการดึงดูดการลงทุนที่มีคุณค่า เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคนอย่างมั่นคงและยั่งยืน








