Search

  • Australia
  • Thursday , Feb 1 , 2018

Call Center (66) 0 2936 1429 ต่อ 700 | callcenter@ic.or.th |

ข่าวสารจาก BOI

บอร์ดบีโอไอชู 3 มาตรการพิเศษกระตุ้นการลงทุน ครอบคลุมนักลงทุนทุกกลุ่ม

วันพฤหัสบดี, 05 มีนาคม 2563 10:57 129
บอร์ดบีโอไอชู 3 มาตรการพิเศษกระตุ้นการลงทุน ครอบคลุมนักลงทุนทุกกลุ่ม
บอร์ดบีโอไอไฟเขียว 3 มาตรการพิเศษ เร่งให้เกิดการลงทุน ทั้งโครงการขนาดใหญ่ เอสเอ็มอี (SMEs) และการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ พร้อมเปิดประเภทใหม่ ให้ส่งเสริมรถรางไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยวและบ้านผู้มีรายได้น้อย และอนุมัติให้การส่งเสริมกิจการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะ มูลค่าลงทุนกว่า 7,900 ล้านบาท
นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บอร์ดบีโอไอ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศโดยเร็ว คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้เห็นชอบมาตรการพิเศษ 3 มาตรการ เพื่อเร่งรัดการลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ส่งเสริมการลงทุนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ของบีโอไอได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันได้ปรับปรุงมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงกว่าเข้าไปสนับสนุนกิจการขององค์กรในท้องถิ่นให้มากขึ้น
มาตรการกระตุ้นการลงทุน
สำหรับมาตรการแรก มาตรการกระตุ้นการลงทุนสำหรับโครงการขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมและบริการเป้าหมายที่มีผลกระทบสูงต่อเศรษฐกิจของประเทศ (กิจการกลุ่ม A1 A2 และ A3 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 – 8 ปี แต่ไม่รวมกิจการที่ไม่มีที่ตั้งสถานประกอบการ เช่น กิจการขนส่งทางอากาศ กิจการขนส่งทางเรือ เป็นต้น) ซึ่งผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ทุกพื้นที่ โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้ นิติบุคคลร้อยละ 50 เพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 5 ปี หากมีการลงทุนจริง (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ภายในปี 2563 หรือไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2564 ทั้งนี้ มาตรการนี้มีผลบังคับใช้สำหรับคำขอรับการส่งเสริมที่ยื่นตั้งแต่ 2 มกราคม 2562 ถึง 30 ธันวาคม 2563หากดำเนินการกระตุ้นการลงทุนตามมาตรการนี้แล้ว คาดว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นการลงทุนได้มากกว่า 200,000 ล้านบาท ในระยะปี 2563 - 2564 นี้
มาตรการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
ในด้านการส่งเสริม SMEs นั้น ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม ทั้งในด้านการเงินและสินเชื่อ ด้านการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ รวมถึงด้านการตลาดและการอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยในช่วงปลายปี 2562 ถึงต้นปี 2563 รัฐบาลก็ได้เห็นชอบมาตรการการเงินและมาตรการสนับสนุนอื่นๆ เพิ่มเติมในส่วนมาตรการของบีโอไอนั้นเป็นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งจะช่วยเสริมมาตรการสนับสนุนของหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งในที่ประชุมครั้งนี้ บอร์ดบีโอไอเห็นชอบให้มีการปรับปรุงมาตรการส่งเสริม SMEs เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถเข้าถึงการใช้สิทธิประโยชน์ของบีโอไอได้ง่ายขึ้น โดยกำหนดคำจำกัดความของ SMEs ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับคำจำกัดความของ SMEs ของ สสว. ที่มีการปรับปรุงเมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมา คือ เป็นกิจการที่ต้องถือหุ้นโดยบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 และจะต้องมีรายได้ของกิจการทั้งที่ได้รับการส่งเสริมและไม่ได้รับการส่งเสริมไม่เกิน 500 ล้านบาทต่อปี ใน 3 ปีแรกในกรณีตั้งกิจการในนิคมหรือเขตอุตสาหกรรม จะได้รับสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติ บุคลเพิ่มเติมอีก 1 ปี ขณะที่หากตั้งในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน จะได้รับสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยได้รับวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในสัดส่วนร้อยละ 200 ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ด้วยทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอรับส่งเสริมตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2563 ถึง วันทำการสุดท้ายของปี 2564
การปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนเศรษฐกิจฐานราก
นางสาวดวงใจกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจในระดับฐานรากมากยิ่งขึ้น บอร์ดบีโอไอจึงเห็นชอบให้มี การปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากที่บีโอไอเปิดให้การส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 โดยการปรับปรุงมาตรการในครั้งนี้ จะเป็นการขยายระยะเวลาการยื่นขอรับ การส่งเสริมออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564 และขยายขอบข่ายคุณสมบัติของผู้ขอรับการส่งเสริมให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยให้รวมถึงผู้ประกอบการที่มีกิจการที่ดำเนินกิจการอยู่เดิมแต่ยังไม่เคยได้รับการส่งเสริมมาก่อนด้วย ทั้งนี้ กิจการที่ดำเนินการอยู่เดิมจะต้องเป็นประเภทกิจการที่บีโอไอให้ส่งเสริมในปัจจุบันด้วยนอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้โครงการที่ยังมีสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลืออยู่หรือโครงการลงทุนใหม่ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สามารถขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามมาตรการนี้ได้ หากมีการลงทุนหรือมีค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก โดยจะได้รับวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมในสัดส่วนร้อยละ 120 ของเงินสนับสนุน และเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมีแรงจูงใจเพิ่มมากขึ้น บอร์ดบีโอไอยังได้เปิดโอกาสให้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการเศรษฐกิจฐานราก สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการอื่นได้ด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

 

 

ปฏิทินฝึกอบรม

เลขที่ 1 อาคารทีพีแอนด์ที ชั้น 12 ถนน วิภาวดีรังสิต
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

(66) 0 2936 1429 ต่อ 700
callcenter@ic.or.th

Copyright 2019 Investor Club Association About us * Usage policy * Report

logo

© 2018 Your Company. All Rights Reserved. Designed By Your Company

Search