เลาะรั้วเกษตร: ก่อนจะไปถึงเกษตรอัจฉริยะ

มีข่าวจาก บีโอไอ หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน ของไทย บอกว่าจะสนับสนุน การลงทุนให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะการทำการ เกษตรที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เช่น การนำ ระบบเซ็นเซอร์มาใช้ตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น วัดค่าต่างๆ เพื่อทำให้สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ รวมทั้งเติมปัจจัยต่างๆ เช่นปุ๋ย น้ำ สารเคมี ผ่านทางแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เรียกกันว่า เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) หรือ บางท่านอาจจะเรียกว่า เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ก็แล้วแต่ถนัด
บีโอไอ มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับการทำการเกษตรสมัยใหม่ทำนองนี้ 3 มาตรการ มาตรการแรก จะสนับสนุนการผลิต หรือให้บริการระบบเกษตรสมัยใหม่ เช่น ระบบตรวจจับ หรือ ติดตามสภาพต่างๆ ระบบควบคุมการใช้ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น น้ำ ปุ๋ย เวชภัณฑ์ และระบบโรงเรือน ผู้ที่จะขอสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนจะต้องออกแบบระบบและซอฟต์แวร์ที่จะใช้ในการบริหารจัดการ มาเสนอประกอบการขอรับการส่งเสริม

มาตรการที่ 2 จะส่งเสริมการลงทุนเพื่อการยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไปสู่มาตรฐานสากล ทั้ง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP และระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร (ISO 22000) เพื่อเป้าหมาย จะขยายตลาดสินค้าเกษตรของไทยในตลาดโลกให้เพิ่มมากขึ้น

มาตรการที่ 3 ส่งเสริมการลงทุนสำหรับภาคการเกษตรในระดับท้องถิ่น เป็นการส่งเสริมให้ชุมชนในท้องถิ่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยการแปรรูปผลผลิตอย่างครบวงจร ภายใต้มาตรการนี้ ยังมีกิจการอื่นที่จะได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนนี้ด้วย ถ้าเป็นกิจการ ที่มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต เช่น การผลิตปุ๋ยชีวภาพ ผลิตสารชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืช การปรับปรุงพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ การคัดคุณภาพ การเก็บรักษาผลผลิต ผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ การถนอมอาหาร เป็นต้น

การขอรับการส่งเสริมการลงทุนดังกล่าว ต้องขอภายในปี 2561 นี้ ท่านใดสนใจติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน www.boi.go.th E mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2553- 8111

ดูมาตรการที่ บีโอไอ จะให้การ ส่งเสริมการลงทุนแล้ว ท่าทางเกษตรกร ตัวจริงจะเข้าถึงยากสักหน่อยยกเว้น เกษตรกร รุ่นใหม่ ที่เป็น Young Smart Farmer บางราย ที่เริ่มนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต ซึ่งมีไม่มากนัก มาตรการนี้อาจจะ เอื้อให้ผู้ประกอบการเสียมากกว่า

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายพยายามผลักดันให้การทำการเกษตรในบ้านเรา เป็นเกษตรอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำ เกษตร 4.0 เกษตรสมัยใหม่ หรือเกษตรอะไรก็ตามที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า ทันสมัย เหมือนอย่างที่สถาบันเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์นำเสนอแนวทางปรับโครงสร้างภาคเกษตรของไทย ไว้ 7 แนวทาง ประกอบด้วย การจูงใจให้คนรุ่นใหม่ การศึกษาสูงมาทำการเกษตร ส่งเสริมการปลูกพืชที่มีราคาสูงโดยการรวมกลุ่มกันผลิตเพื่อลดต้นทุนและสนับสนุนการให้สินเชื่อ ให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินเป็นของตนเอง เพิ่มพื้นที่ชลประทานให้มากขึ้น ส่งเสริมทำการเกษตรผสมผสาน ส่งเสริมให้ใช้เครื่องจักรกลแทนแรงงานคน และผลักดันให้แรงงานผลิตภาพต่ำออกนอกภาคเกษตร

บางแนวทางที่กล่าวมาก็พอเห็นว่ามีการดำเนินการอยู่บ้าง เช่น คนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาสูงหันมาทำการเกษตร แต่คนกลุ่มนี้มีไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเกษตรกรทั้งประเทศ

การใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคนก็มีอยู่มากเห็นได้ทั่วไป เพราะค่าจ้างแรงงานนับวันแต่จะสูงขึ้น เกษตรกรส่วนใหญ่จึงหันมาลงทุนเครื่องจักรแทน แต่เครื่องจักรที่เกษตรกรใช้เป็นเครื่องจักรพื้นๆ ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสักเท่าไร

การผลักดันให้การเกษตรของไทยไปสู่ เกษตรอัจฉริยะ หรือ เกษตรแม่นยำ หรือ เกษตร 4.0 นั้น ต้องแก้ปัญหาเกษตรกรสูงวัย ในปัจจุบันกันก่อน เพราะเกษตรกรกลุ่มนี้มีประมาณครึ่งหนึ่งของเกษตรกรทั้งหมด การรับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับคนสูงวัยอาจจะไม่ได้อย่างที่หวัง จะทำอย่างไรให้เกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาสูงเข้ามาทำการเกษตรแทน เกษตรกรรุ่นเก่าที่อายุมากขึ้น ลำพังกระทรวง เกษตรฯ หน่วยงานเดียวคงทำไม่ได้ ต้องร่วมกันหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กระทรวงพาณิชย์ ที่สำคัญ คือ คนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้น ประเทศไทยคงอยู่แค่ เกษตร 0.4 เท่านั้น....และ ก็คงจะทะเลาะกันเรื่องห้ามหรือไม่ห้ามใช้สารเคมีซ้ำซากอยู่อย่างนี้ไปอีกนาน

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Call Center

Callcenter down

แนะนำบริการ

  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.