บีโอไอผลักดันลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
แนะท้องถิ่นขอส่งเสริมรองรับตลาดประเทศเพื่อนบ้าน

นายเศกสรรค์ เรืองโวหาร ผู้อำนวยการกองประสานและพัฒนาปัจจัยการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 นี้ บีโอไอจะร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดกาญจนบุรี จัดสัมมนา หัวข้อ "บีโอไอ กับการเพิ่มศักยภาพการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และการขับเคลื่อนสู่ประเทศไทย 4.0" โดยจะเป็นการให้ข้อมูลถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน หรือ SEZ (Special Economic Zone) มาตรการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนอื่น ๆ

ภายในงานสัมมนา จะมีการบรรยายพิเศษจากบีโอไอในหัวข้อ "บีโอไอกับการเพิ่มศักยภาพการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0" และการบรรยายหัวข้อ "ความก้าวหน้าเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของไทย" โดยผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และการบรรยายหัวข้อ "ความพร้อมของจังหวัดกาญจนบุรีในการรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ" จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี

สำหรับ จังหวัดกาญจนบุรี ได้จัดพื้นที่รองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ระยะที่ 2 ทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งรัฐบาลมุ่งหวังสร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้การลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนภายใต้สิทธิประโยชน์จากบีโอไอจะต้องลงทุนใน 10 จังหวัด และต้องอยู่ในตำบลและอำเภอที่กำหนด โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ อาทิ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก 5 ปี รวมถึงการผ่อนผันให้ใช้แรงงานต่างด้าว เป็นต้น

นอกจากนี้ยังกำหนดกิจการเป้าหมาย 13 กลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย (1) อุตสาหกรรมการเกษตรและประมง (2) เซรามิกส์ (3) สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องหนัง (4) เครื่องเรือน (5) อัญมณี และเครื่องประดับ (6) เครื่องมือแพทย์ (7) ยานยนต์ เครื่องจักรและชิ้นส่วน (8) เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (9) พลาสติก (10) ยา (11) โลจิสติกส์ (12) นิคมหรือเขตอุตสาหกรรม และ (13) กิจการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

"ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาจะได้ทราบทิศทางนโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนในจังหวัดกาญจนบุรีได้โดยตรง ซึ่งการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน มีบางกลุ่มประเภทกิจการที่ไม่ให้ส่งเสริมในพื้นที่อื่น แต่เปิดให้ส่งเสริมเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเท่านั้น อาทิ บรรจุภัณฑ์พลาสติก กล่องกระดาษ วัสดุก่อสร้าง และกิจการผลิตสบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน และเครื่องสำอาง เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนผลิตสินค้าสำหรับตลาดประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะต้องยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนภายใน 30 ธันวาคม 2561" นายเศกสรรค์ กล่าว

นายเศกสรรค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่มีโครงสร้างการผลิตหลักในภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม การค้าชายแดนที่เติบโต ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่ป่าไม้และการทำเกษตร ปัจจุบันมีศักยภาพการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยว

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2556-2560) บีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีแล้ว จำนวน 53 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 26,000 ล้านบาท กิจการที่ลงทุนสูงสุด ได้แก่ กิจการกลุ่มเคมีภัณฑ์ พลาสติก และกระดาษ รองมา คือ กิจการเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร กิจการด้านบริการและสาธารณูปโภค กิจการแร่ เซรามิกส์ และโลหะ รวมถึง กิจการเครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง ตามลำดับ

ที่มา : ThaiPR.net

Call Center

Callcenter down

แนะนำบริการ

  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.