"สมคิด" ดัน "บีโอไอ"
ลงทุนปีนี้ 7.2 แสนล้าน EEC หนุน

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2561 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปรตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย ที่ สำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
นายสมคิดกล่าวว่า ในปี 2561 บีโอไอ ตั้งเป้าหมายยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่ 7.2 แสนล้านบาท เติบโตจากเป้าหมายปีที่แล้ว 12% เนื่องจากปีนี้จะมีโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการที่จะเห็นผลเป็นรูปธรรม ตลอดจนมีการจัดงาน สัมมนาใหญ่ "ไทยแลนด์ เทกกิ้ง ออฟ" เพื่อชักจูงการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาแล้ว และเชื่อมความสัมพันธ์กับหลายประเทศที่สำคัญ เช่น กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐอเมริกา โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม 2561

"ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือนหน้ารัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายในการชักจูงการลงทุนระหว่างท้องถิ่นไทยและท้องถิ่นเมือง ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยจะเดินทางไปชักจูงการ ลงทุนระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยจะนำอุตสาหกรรมที่สำคัญของเราไปเชื่อมโยงกับเขา ด้วย" นายสมคิด กล่าว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในปีนี้ที่จะมีการจัดงาน ไทยแลนด์ เทกกิ้ง ออฟ เพื่อชักจูงการลงทุนที่สอดคล้อง ไปโครงสร้างพื้นฐานของโครงการระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเห็นความชัดเจนมากขึ้น และในช่วงที่ผ่านมาไทยมีการเชื่อมความสัมพันธ์กับ อียูและสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำให้การลงทุนของไทย เติบโตขึ้นตามเป้าหมายที่บีโอไอตั้งไว้

นอกจากนี้ในปี 2561 จะมีการออกสมาร์ทวีซ่า เพื่อให้สิทธิผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนในอุตสาหกรรม เป้าหมาย ในการทำงานอยู่ในประเทศไทย โดยจะมี อายุ 4 ปี เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและทำธุรกิจในประเทศไทย

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า สหภาพยุโปร หรืออียู และสหรัฐอเมริกามีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอากาศยาน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย โดยในอุตสาหกรรมดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนและ การใช้นวัตกรรมขั้นสูง ซึ่งจะมีส่วนช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมของประเทศได้ ขณะเดียวกัน จะให้ความสำคัญกับภาคบริการภาคการเกษตรและสมาร์ทฟาร์มเมอร์เพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้การขอส่งเสริมการลงทุนในปี 2560 อยู่ที่ 6.41 แสนล้านบาท สูงกว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ 6 แสนล้านบาท และเติบโตกว่าการส่งเสริมการลงทุนในปี 2559 ถึง 22% ที่มียอดการขอส่งเสริม 5.24 แสนล้านบาท โดยมีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมจำนวน 1,456 โครงการ ซึ่งเป็นการยื่นขอลงทุนใน EEC จำนวน 388 โครงการ คิดเป็น 46% ของการขอ ลงทุนรวม เป็นเงินลงทุน 2.96 แสนล้านบาท เป็นการยื่นขอรับส่งเสริมของอุตสาหกรรม เป้าหมาย (เอสเคิร์ฟ) คิดเป็น 61% ของ การขอรวม เป็นมูลค่า 3.92 แสนล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Call Center

Callcenter down

แนะนำบริการ

  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.