รัฐโหมลงทุนปี'61 เมกะโปรเจกท์แสนล้าน
BOI เพิ่มสิทธิจูงใจ

มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 จะมีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ด บีโอไอ) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยวาระสำคัญที่จะพิจารณา คือ แนวโน้มคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่พบว่าช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2560 ค่อนข้างซบเซา ทำให้ช่วง 10 เดือนของปีนี้(มกราคมตุลาคม 2560) มียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนประมาณ 400,000 ล้านบาท ทำให้เกิดความกังวลว่ายอดคำขอทั้งปีที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ที่ 600,000 ล้านบาทได้ตามนี้หรือไม่
นอกจากนี้ บอร์ดบีโอไอ จะพิจารณา แพคเกจการลงทุนรูปแบบใหม่ที่จะกระตุ้นการลงทุนรายภูมิภาค ซึ่งเป็นนโยบายที่พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้มีพื้นที่ลงทุนทั่วประเทศเช่นเดียวกับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา โดยพื้นที่รายภูมิภาคนี้ อาจกำหนดว่า พื้นที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีกำหนดจังหวัดและประเภทอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่น หากเข้าไปลงทุนก็จะ ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

นอกจากนี้บอร์ด บีโอไอ จะพิจารณา ต่ออายุมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ที่กำหนดให้การลงทุนในพื้นที่อีอีซี สามารถลดหย่อยภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นระยะเวลา 5 ปีเพิ่มเติมจาก สิทธิประโยชน์หลักที่ได้รับ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 35 ที่ จ.สุราษฏรธานี ว่า ในปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจไทย จะยิ่งขยายยตัวดีขึ้นกว่าปีนี้ และมีโอกาสที่จะขยายตัวได้มากกว่าร้อยละ 4 จากการเร่งรัดการลงทุน จากรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ และโครงการลงทุนในอีอีซีคาดว่าในไตรมาส 1 ปีหน้า ทุกโครงการลงทุนในอีอีซี จะเริ่มประมูลได้ และจะเริ่มดำเนินการลงทุนได้ไม่เกิน ไตรมาส 2 ปีหน้า

"ในปีหน้า ขอให้หอการค้าช่วยเน้นพัฒนาท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า องค์กรในท้องถิ่น มีการนำงบมาพัฒนาสินค้าและบริการของแต่ละชุมชน เพิ่มมูลค่า เพื่อสร้างรายได้ และความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก" นายสมคิดกล่าว

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในปี 2561 กระทรวงคมนาคมกำหนดงบลงทุนขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง หรือเมกะโปรเจกท์ ไว้ทั้งสิ้น 309,607 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมรองรับ อีอีซี อีกจำนวน 103 โครงการ ระหว่างปี 2560-2564 วงเงินรวมกว่า 745,710 ล้านบาท โดยจะปรับปรุงสนามบิน อู่ตะเภาให้กลายเป็นสนามบินนานาชาติที่มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้ถึง 60 ล้านคน

พร้อมทั้งขยายท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 จะทำให้กรุงเทพฯไม่ได้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่ออีกต่อไป แต่สนามบิน อู่ตะเภาจะถูกยกระดับให้เป็นสนามบินที่ให้บริการทั้งเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศ และยังจะมีโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่จะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Call Center

Callcenter down

แนะนำบริการ

  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.